Famous People ^^

posted on 02 Sep 2011 18:46 by junior11508

ชายนี (อังกฤษ: Shinee : เกาหลี : 샤이니) เป็นวงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้ ประกอบด้วย จงฮยอน, มินโฮ, แทมิน, โอนิว และ คีย์ ชื่อวง “SHINee” มาจากการผสมคำว่า “Shine + ee” หมายถึง ผู้ที่ได้รับแสงสว่าง หรือ เป็นดาวจรัสแสง และความหมายนี้ยังครอบคลุมถึงความมุ่งมั่นที่จะขยายกลุ่มแฟนเพลงด้วยแนวเพลง ที่หลากหลายโดยไม่มีอายุและขอบเขตเป็นตัวจำกัด

ชายนีเปิดตัวด้วยมินิ อัลบั้มชื่อว่า “Replay” (รีเพลย์) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับซิงเกิลเปิดตัว แต่งโดยนักแต่งเพลงอย่าง “ยูยังจิน ลียุนแจ” และทีมแต่งเพลงชื่อดัง “เดอะเฮฟวี่เวท” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เจมี่ โจนส์” สมาชิกของวงอาร์แอนด์บีชื่อดัง “All 4 One” (ออล โฟร์ วัน) มาช่วยด้านองค์ประกอบต่างๆ อย่างดนตรีและเนื้อหาของเพลง

ประวัติวง

ก่อนการปรากฏตัว

ชาย นี เปิดตัวทางอินเทอร์เน็ตเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2008 และในวันที่ 19 พฤษภาคม 2008 ชายนีก็ได้เปิดตัวทีสเซอร์ของมิวสิควีดีโอบนเว็บไซต์ของวงอย่างเป็นทางการใน เกาหลี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2008 ชายนีก็ได้เปิดตัวมิวสิควีดีโอของเพลง Replay ตามด้วย มินิอัลบั้ม ที่ออกวางแผงวันที่ 23 พฤษภาคม 2008

ชาย นีได้เปิดตัวในฐานะคอนเทมพอรารี่แบนด์ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนที่มีอายุระหว่าง 14 ถึง 18 ปี โดยมี ฮาซังแบก (하상백) เป็นดีไซน์เนอร์อย่างเป็นทางการ

2008: การปรากฏตัว

ชายนีได้ ปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ M! Countdown ของช่อง M.Net วันที่ 22 พฤษภาคม 2008 ด้วยเพลง Replay และ ได้ปรากฏตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในรายการ อินกิกาโย ของช่อง SBS วันที่ 25 พฤษภาคม 2008 ชายนีได้เข้าร่วมแสดงใน Dream Concert วันที่ 7 มิถุนายน 2008 ที่ Seoul Olympic Stadium และได้เข้าร่วมในรายการวิทยุมากมาย เช่น Kiss The Radio ชิมชิมทาปา และ ชุนจี ของสมาชิกในวงรุ่นพี่อย่าง Super Junior ฯลฯ

ประวัติสมาชิกในวง

Onew
ชื่อในวงการ : อนยู 온유 Onew 温流 (leader)แล้วแต่ว่าจาอ่านออกล่ะค่ะ
ชื่อจริง : ลีจินกิ 이진기
เกิด : 14 ธันวาคม 2532
สุง : 177.0cm
ความสนใจและงานอดิเรก : ร้องเพลง เปียโน ภาษาจีน


คนที่สองที่เดบิวซ์แรก(แบบไม่เต็มตัว)ของเค้าป็นการโชว์เสียงร้องทรงพลังร่วมกับ
สาวเก่งร่วมค่ายอย่าง จาง ริ อิน
Joonghyun
ชื่อในวงการ : จงฮยอน/종현
ชื่อจริง : คิมจงฮยอน/ 김종현/ (鐘鉉)
เกิด : 8 เมษายน 2533
สูง : 173.0cm(เราถือว่าส่วนสูงไม่ใช่ปัญหา)
ความสนใจและงานอดิเรก : ดูหนัง, ร้องเพลง, ภาษาจีน
ผลงานก่อนเดบิว : ทุกคนเข้าใจผิดกันมาตลอดค่ะว่าเพลงที่ จาง ริ อิน ร้องกับ จงฮยอน เป็น แทรคที่ 07
交 错的爱(Wrongly Given Love) จริงๆแล้วเพลงนี้ ริอินร้องกับ ป๋าฮัน แห่งวง ซุปเปอร์ จูเนียร์ แม้แต่บอร์ดบางบอร์ดยังเข้าใจผิดเลย(ที่รู้เพราะบังเอินเป็นแฟนคลับริอินกับ ป๋ามาก่อน)เพลงที่ จงฮยอนร้องจริงๆแล้ว เป็นแทร็คที่ 09 纯真的爱 (Pure Love) เป็นเพลงที่เพราะมากๆค่ะ อยากให้คนที่ไม่เคยลองฟังดู

อ่า...มาถึงคนต่อไปเป็นสุดที่รักของแอดมินคนที่ 2(เราเอง) เด็กน้อยที่เต้นเก่งมากๆ จนโด่งดังไปทั่วบริษัท
Taemin
ชื่อในวงการ เทมิน
ชื่อจริง : ลีเทมิน 이태민 (泰民)
เกิด : 18 กรกฏาคม 2536
กรุ๊ปเลือด : B
สูง : 175.0cm
ความสนใจและงานอดิเรก : ฟังเพลง ,เต้น(Poppin Dance),เปียโน, ภาษาจีน
ครอบครัว: พี่น้องสองคน เป็นน้องสุดท้อง

และก็มาถึงหนุ่มที่สูงที่สุดและยังหาที่สุดไม่ได้--^
Minho
ชื่อในวงการ มินโฮ Minho 민호
ชื่อจริง : ชอยมินโฮ 최민호 (珉豪)
เกิด : 9 ธันวาคม 2534
สูง : 181.0cm
ความสนใจและงานอดิเรก : ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล ,การแสดง, ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน
ผลงานก่อนเดบิว:เดินแบบในงาน ฮาซางแพก '2008/09 F/W Pret-a-Porter Busan'
ฮาซางแพก 'โซลคอปเพอเรชั่น F/W 08-09'

มากันที่พ่อหนุ่มหน้าตาขี้เล่น
Key
ชื่อในวงการ: คีย์ 키
ชื่อจริง : คิมคิบอม 김기범
เกิด : 23 กันยายยน 2534
สูง : 177.0cm
ความสนใจและงานอดิเรก : แร๊พ, เต้น, สกีน้ำ ,ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน
ผลงาน : ร่วมแสดงประกอบMV ในภาพยนต์ FlowerBoy-Super Junior(เซี้ยวหนึ่งเดียวเท่านั้น)

edit @ 2 Sep 2011 19:35:24 by I'm Junior

คำถามทบทวนจ้า ^^

posted on 23 Aug 2011 19:03 by junior11508
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ สิ่ง ต่างๆที่สื่อสารให้เราเข้าใจ เป็นสื่อประสม โดยใช้สื่อในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เสียง รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว สำหรับให้ข้อมูลความรู้
 
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร
ตอบ มีความสะดวกมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องถือเอกสารให้เมื่อยมือ และเกิดเห็นฉุกเฉินในเวลาผลตกกระดาษเปียก และยังทำให้เข้าใจได้มากกว่า โดยที่มีเนื้อหาเยอะขึ้น โดยไม่เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ
 
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ ตัวหนังสือ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ เชื่อมโยงภายใน คือ ลิ้งค์ที่เชื่อมในสไลด์นั้นๆในไฟล์เดียวกัน แต่ลิ้งค์ภายนอก อาจเป็นการเชื่อมถึงอีกไฟล์หรืออินเตอร์เน็ต
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ อินเตอร์เน็ต โปรเจกเตอร์ ดาวเทียม
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ Microsoft Powerpoint เพราะ เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่าย หลายคนรู้จักและใช้เป็น และยังสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพและเสียง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
 
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ 1. ให้คลิกจากเมนู File > New 2. คลิกที่ On my computer 3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 5. คลิกปุ่ม ok 6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ เลือก กล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง" เลือกลักษณะตามต้องการ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
ตอบ 1. Microsoft office word 2. Microsoft PowerPoint 3. Microsoft excel
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ เพราะเราสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆช่วยได้ เช่น ใช้รูปภาพ แผนภูมิ กราฟ เสียง หรือวีดีโอแทนได้
 
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ เราอาจจะอัพโหลดขึ้นเวปไซต์ ฉายโปรเจกเตอร์ หรือเปิดในคอมพิวเตอร์
 
12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ เพราะ ถ้าเรากด"แทรก"ที่แถบด้านบน เลือก "รูปภาพ,ภาพตัดปะ,ภาพยนต์ หรือเสียง" เลือกไฟล์ตามต้องการ
 
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร ตอบ สามารถมองภาพรวมได้เข้าใจมากกว่า
 
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์ - Server ซอฟต์แวร์ - Microsoft Hyper-V Server
 
15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัว อักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรทัศน์ โทรศัพท์

edit @ 23 Aug 2011 19:10:52 by I'm Junior

การเขียนโปรแกรมแอสเซมบลี
            ภาษา แอสเซมบลี เป็นภาษาระดับต่ำ ที่พัฒนาขึ้นมาใช้ร่วมกับคำย่อ แทนที่ความหมายนั้นๆอย่างใกล้เคียงกันเช่น LD ย่อมาจาก LOAD หมายถึง การย้าย แทน ใส่ค่า JP ย่อมาจาก JUMP หมายถึง การกระโดดข้าม จึงเรียกคำย่อนี้ว่ารหัสช่วยจำ รูปแบบของแอสเซมบลีเป็นการผสมประสานกันระหว่างคำย่อกับ คำและสัญลักษณ์ใน Z-80 เช่น LD A , 35H การป้อนโปรแกรมแอสเซมบลีอาจป้อนในรูปแบบของแอสเซมบลี หรือป้อนด้วยค่าฐานสิบหก โดยได้มาจากการเปิดตารางกลุ่มคำสั่ง Z-80 เทียบหาค่า การเขียนโปรแกรมที่ดีจะต้องว่างแผนแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน โดยเขียนผังงานตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการแก้ไขปรับปรุงทีหลัง 1. รูปแบบการเขียนภาษาแอสเซมบลี Z-80 โปรแกรม ต้นกำเนิด (Source Programs) ที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลี ควรที่จะเขียนด้วยรูปแบบมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและการแก้ไขโปรแกรมในภายหลัง รูปแบบมาตรฐานที่ใช้มีตั้งแต่ขนาด 1 ไบต์ จนถึง 4 ไบต์ ไบต์แรกของคำสั่งเรียกว่า รหัสดำเนินการ จะเป็นตัวบอกให้คอมพิวเตอร์ว่าทำอะไร ส่วนไบต์ที่เหลือจะเรียกว่าตัวถูกดำเนินการ จะเป็นข้อมูล หรือตำแหน่งที่อยู่ของข้อมูล Label Program Comment LOOP LD A,61H ; A=61 Label ชื่อ Loop นี้ใช้สำหรับบอกตำแหน่งที่อยู่ที่คำสั่งของโปรแกรมในบรรทัดนี้ตั้งอยู่ Program ในส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ด้วยกันคือรหัสดำเนินการ และตัวถูกดำเนินการ ซึ่งอาจจะ มี 1 ไบต์ หรือมากกว่านี้ก็ได้ Opcode ย่อมาจาก Operation Code เป็นส่วนที่บ่งบอกถึงการทำงานของคำสั่งนั้น Operand เป็นส่วนเสริมของคำสั่งเพื่อบอกถึงจุดประสงค์ของคำสั่ง Comment เป็นส่วนที่ใช้อธิบายเพิ่มเติม เริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย 2. แอสเซมบลีในรูปรหัสช่วยจำ ( Assembly on Mnemonic Code) Z-80 เข้าใจได้ดีกับภาษาเครื่อง แต่ยากต่อการที่มนุษย์จะเขียนคำสั่ง รหัสคำสั่งช่วยจำ จะใช้อักษรเป็นหลัก ทำให้เขียนได้ง่าย และ จำง่ายกว่ารหัสฐานสิบหก เช่น LD B, A เทียบกับรหัสฐานสิบหก คือ 47H (ความหมายของคำสั่งนี้ก็คือ ย้ายข้อมูลในรีจิสเตอร์ A ไปเก็บในรีจิสเตอร์ B ) รหัส คำสั่งช่วยจำเช่น “LD” ย่อมาจาก Load สำหรับ B และ A เป็นชื่อในรีจิสเตอร์ของ Z-80 โปรแกรมที่เขียนด้วยรหัสคำสั่งช่วยจำ เรียกว่าโปรแกรมแอสเซมบลี (Assembly)การแปลจากภาษาแอสเซมบลีไปเป็นภาษาเครื่องทำได้ 2 วิธีคือ 1) ใช้โปรแกรมแอสเซมบลีที่ผู้เขียนเขียนขึ้น 2) เขียนโปรแกรมแอสเซมบลีแบบวิธีที่ 2 จะแบ่งกระดาษ 4 ช่อง 2.1 ลำดับการเขียนโปรแกรมแอสเซมบลี 1) เขียนคำสั่งแอสเซมบลีลงในช่องรหัสต้นกำเนิด (Source Code) 2) เขียนคำอธิบายว่าเป็นคำสั่ง สั่งให้ทำอะไร ลงในช่องหมายเหตุ (Comment) 3) เปิดตารางคำสั่ง Z-80 เพื่อแปลคำสั่งจากแอสเซมบลีมาเป็น รหัสฐานสิบหก ในช่อง รหัสประสงค์ (Object code) 4) ช่องตำแหน่งที่อยู่ในหน่วยความจำ (Memory Address) โดยบรรทัดแรกแสดง ตำแหน่งแรก ที่รหัสฐานสิบหกแรกไปปรากฏ 3. คำและสัญลักษณ์ในรหัส Z-80 3.1 คำย่อ 1) ชื่อรีจิสเตอร์ขนาด 8 บิต คือ A B C D E H L I R 2) ชื่อรีจิสเตอร์ขนาด 16 บิต IX IY SP AF BC DE HL 3) สถานะของแฟล็ก (Flag) C (Carry Flag) NC (Non carry) Z (Zero) NC (Non Zero) M (Minus) P (pule) PE (Parity even) PO (Parity odd) 3.2 สัญลักษณ์ของตัวถูกดำเนินการ 1) r : ใช้กำหนดแทนรีจิสเตอร์ต่างๆ A B C D E H L ตัวใดๆ 2) (HL) : ชี้ถึงหน่วยความจำที่ถูกกำหนดโดย ข้อมูลภายในรีจิสเตอร์ HL 3) n : คือข้อมูล 1ไบต์โดย 0 < n < 225 4) nn : คือข้อมูล 2 ไบต์โดย 0 < nn < 65535 5) d : คือข้อมูล 1 ไบต์โดย -128 < d < +227 6) (nn) : ชี้ถึงหน่วยความจำถูกกำหนดค่าโดย nn 7) (n) : ชี้ถึงทางเข้าออกกำหนดโดยค่า n 8) b : มีค่า 0 - 7 9) e : ข้อมูลขนาด 1ไบต์โดย -126 < e < +129 10) cc : แสดงสถานะแฟล็กที่เกี่ยวกับคำสั่ง RET CALL JR โดยมี เงื่อนไขควบคุมคำสั่งนั้นด้วย 11) qq : หมายถึงคู่รีจิสเตอร์ BC DE HL หรือ AF คู่ใดคู่หนึ่ง 12) ss : หมายถึงคู่รีจิสเตอร์ BC DE HL หรือ SP คู่ใดคู่หนึ่ง 13) pp : หมายถึงคู่รีจิสเตอร์ BC DE IX หรือ SP คู่ใดคู่หนึ่ง 14) rr : หมายถึงคู่รีจิสเตอร์ BC DE IY หรือ SP คู่ใดคู่หนึ่ง 15) dd : หมายถึงคู่รีจิสเตอร์ BC DE HL หรือ SP คู่ใดคู่หนึ่ง 16) s : หมายถึง r n (HL) (IX+d) หรือ (IY+d) คู่ใดคู่หนึ่ง 17) m : หมายถึง r (HL) (IX+d) หรือ (IY+d) คู่ใดคู่หนึ่ง 3.3 คำสั่งเทียม ( Pseudo Instruction) คำ สั่งเทียม เป็นคำสั่งเฉพาะทาง แอสเซมเบลอร์เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากคำสั่งของ Z-80 คำสั่งเทียมนี้ถูกกำหนดขึ้น เพื่อให้การเขียนโปรแกรมสะดวกรวดเร็วและเข้าใจง่ายคำสั่งนี้ไม่สามารถแปลง เป็นภาษาเครื่องได้ แต่ตัวถูกดำเนินการเท่านั้นที่สามารถแปลงเป็นภาษาเครื่องได้ 4. การอ่านตารางกลุ่มคำสั่งต่างๆของ Z-80 ซีพียู โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการที่จะให้ไมโครโพรเซสเซอร์ทำงานตาม ที่ผู้ออกแบบโปรแกรมตามต้องการ โปรแกรมหนึ่งๆ ประกอบด้วยคำสั่งต่างๆ ของไมโครโพรเซสเซอร์เบอร์นั้นๆ ไมโครโพรเซสเซอร์ แต่ละเบอร์ อาจมีคำสั่งที่ทำหน้าที่คล้ายๆกันแต่จะเขียนไม่เหมือนกันหรือใช้สัญลักษณ์ ต่างกัน สำหรับ Z-80 ซีพียู มีคำสั่งอยู่ทั้งหมด 158 คำสั่งผู้เขียนหรือผู้ออกแบบไม่จำเป็นต้องจำทั้งหมด 158 คำสั่ง เพียงแต่เข้าใจการอ่านความหมายของสัญลักษณ์การกระทำของคำสั่งชุดนั้นๆก็ เพียงพอ ใน การที่จะให้ไมโครโพรเซสเซอร์ทำงานตามคำสั่งนั้น เราจะต้องเตรียมข้อมูล ให้ไมโครโพรเซสเซอร์รับรู้ และการที่จะให้ไมโครโพรเซสเซอร์ รับรู้ มี 2 วิธี คือ - มี ตัวแปลโปรแกรม (Compiler) - และ ใช้วิธีเปิด ตารางเทียบคำสั่ง แล้ว ป้อนให้เครื่องทำงาน 4.1 การเทียบรหัสฐานสิบหก จาก ตารางแบบหยาบ เช่น ตารางในกลุ่ม 8 บิตโหลด ถ้ามองแนวตั้งจะเป็นต้นทาง (Source) แต่ถ้ามองแนวนอนจะเป็นปลายทาง (Destination) โดยดูรอยบากเป็นหลัก ตัวอย่างที่ 3.3 สมมติ ต้องการหา รหัสฐานสิบหก ของคำสั่งLD E , 99H หมายถึง การนำค่า 99 ฐานสิบหก ไปเก็บลงในรีจิสเตอร์ E โดยที่ต้นทางคือ 99Hปลายทางคือ E การ เทียบจากตารางให้ดูต้นทาง ( ช่อง n ) ว่าตัดกับช่องปลายทางรีจิสเตอร์ E จะพบรหัสฐานสิบหก คือรหัส 1E n ( n คือค่าของข้อมูลขนาด 8 บิตในที่นี้คือ 99 ) ฉะนั้นคำสั่ง LD E , 99 มีรหัสฐานสิบหก คือ 1E 99 นั่นเอง 4.2 การดูตารางละเอียด การ เปรียบเทียบรหัสจากตารางหยาบ นั้นทำได้ง่ายและสะดวกก็จริงแต่ค่าที่ได้จะไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงควรเปรียบเทียบกับตารางละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะนอกจากจะบอก ค่ารหัสฐานสิบหก แล้วยังบอกค่าอื่นๆ อีก เช่น รูปแบบคำสั่ง ลักษณะการทำงาน สถานะภาพหลังการทำงาน จำนวนไบต์ จำนวนเวลาที่ใช้ใน T - State และคำอธิบายต่างเป็นต้น ความหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ ใน ตารางคำสั่งของ Z - 80 CPU นอกจากจะมีรายละเอียดแสดงผลของ แฟล็ก ที่มีกับคำสั่งนั้นๆ แล้วเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ ที่ใช้ ก็มีความหมายด้วยดังต่อไปนี้ 4. ช่อง Opcode ใช้เทียบรหัสฐานสอง ทั้ง 8 บิต นั่นคือ b0 --> b7 บางบิตให้ฐานสองที่คงค่าไว้ ส่วนบางบิตจะต้องนำค่าของฐานสอง จากการแทนค่าของตัวแปล ตัวอย่างที่ 3.5 แสดงการเทียบรหัสฐานสิบหก ของคำสั่ง LD B , 55H จากตารางละเอียด ขั้นตอนการเทียบ 5 จากขั้นตอน 1-4 สามารถแทนค่าช่องรหัสดำเนินการ ได้คือ นั่นคือ LD B , 55H มีรหัสฐานสิบหก เป็น 1E 55 5. No of bytes หมายถึง จำนวนไบต์ของคำสั่งนั้น เช่น LD A,61H จะมี 2 ไบต์ ด้วยกัน คือ 3E 61 6. No of M Cycle หมายถึงจำนวนรอบเครื่อง ของคำสั่งนั้น 7. No of T States หมายถึงจำนวนสถานะทีของคำสังนั้น คำ ว่า T-State หมายถึง คาบเวลาของสัญญาณนาฬิกา 1 ลูก ของระบบ สมมติ Z-80 Single Board ได้ใช้ X-Tal ขนาดความถี่ 3.579 MHz เป็นฐานเวลา ดังนั้นคาบเวลาของ สัญญาณนาฬิกา 1 ลูก จึงเท่ากับส่วนกลับของความถี่หรือ T = 1 / f = 1 / 3.579 MHz = 0.279 ?sec นั่นคือถ้าต้องการทราบว่าคำสั่งนี้ ซีพียูต้องใช้เวลาในการประมวลผลนานเท่าไรเราสามารถหาได้เช่น คำสั่ง LD r , s ใช้ 4T ดังนั้น = 4 ? 0.279 ?sec. = 1.116 ?sec 8. Comment หมายถึง หมายเหตุของตารางเพื่อบอกค่าที่จะนำไปแทนในรหัสดำเนินการ ของรีจิสเตอร์แต่ละตัว 5. ผังงาน (Flow chart ) การเขียนโปรแกรม มักจะพิจารณาจากโจทย์ที่กำหนดขึ้น แล้วมาลำดับขั้นตอน การแก้ปัญหาให้กับ ไมโครโพรเซสเซอร์ การลำดับขั้นตอนนั้น คือการเขียนผังงานนั่นเอง ตัวอย่าง 3.7 การเขียนโปรแกรมจากผังงาน เพื่อ Clean Memory ตั้งแต่ 2100H ถึง 21FFH ขั้นตอนการพิจารณา ขั้นที่ 1. กำหนดจุดเริ่มต้นเขียนโปรแกรม ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำกันกับย่านที่ต้องการ Clean นั่นคือ 2100H ถึง 21FFH กำหนดให้เป็น 2000H โดยใช้รูปวงรี ขั้นที่ 2. กำหนดค่าต่างๆที่ จำเป็นให้ รีจิสเตอร์ภายใน Z-80 ทราบ เช่น ย่านที่ Z-80 เริ่มทำการลบ (2100H) จำนวนช่วงทั้งหมดที่จะทำการลบ หาได้จาก ตำแหน่งที่อยู่สุดท้ายที่ลบ คือ 21FFH - ตำแหน่งที่อยู่เริ่มต้นที่ลบ คือ 2100H 00FFH ฉะนั้น จำนวนช่องทั้งหมดที่ต้องการ ลบ คือ 0FFH สามารถเขียนผังงานได้ดังนี้ ขั้นที่ 3 เริ่มปฏิบัติการลบ ข้อมูลได้ ขั้นที่ 4 เมื่อลบได้จำนวนหนึ่งช่อง แล้วคอยตรวจสอบว่าทำได้ครบ ทั้งหมดหรือไม่ ถ้ายังไม่ครบให้กลับไปทำการลบ ใหม่ ขั้นที่ 5 เมื่อลบ ครบช่องจำนวนแล้วให้ สิ้นสุดโปรแกรม สามารถเขียนผังงานได้ดังนี้ สรุปเนื้อหาท้ายบท ซี พียู ทุกเบอร์จะประมวลผลด้วยฐานสองเท่านั้น แต่เป็นการยากที่ผู้เขียนโปรแกรม (Programmer) จะเขียนรหัสฐานสอง ดังนั้นเพื่อความสะดวกจึงเขียนด้วยรหัสช่วยจำ เป็น รหัสต้นกำเนิด ก่อนแล้วจึงใช้ตัวแปลแปลงรหัส ช่วยจำ ไปเป็นรหัส ฐานสอง อีกครั้ง สำหรับ Z - 80 มีวิธีการแปลง 2 แบบ คือ โปรแกรมแปลงฐานสองนั้นเอง กับการแปลงโดยวิธีเปิดตาราง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรก็ตาม ควรเขียนผังงานการแก้ปัญหาของคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อง่ายต่อการแก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมภายหลัง